Topic:    ถามมา-ตอบให้เรื่องน้ำหมัก ๒
 
 
คลิกดูข้อมูล พี่ชายคนเล็ก
 
พี่ชายคนเล็ก (member)
 
Message :
 

กระทู้เดิมยาวเกินไปแล้วครับ อาจไม่สะดวก ต่อกันในกระทู้นี้จะสะดวกกว่า...ขอเชิญเหมือนเดิมนะครับ

Date :
2012-01-31 09:52:30
 
 
Comment : 1
Message:

.......ประเดิมกระทู้ใหม่เรื่องเดิม จะบอกเล่าสรรพคุณของน้ำหมักขยะที่หมักได้ที่..จะมีสีเหลืองอำพันใส เหมือนวิสกี้ชั้นดี และมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำส้มสายชูที่หมักจากผลไม้....ผู้ที่มีปัญหาคันเรื้อรังที่ผิวหนัง คันแล้วเกา เกาแล้วเป็นแผล เป็นแผลแล้วตกสะเก็ด แล้วก็เกา...เกา..เกา...จนผิวหนังเป็นปื้นหนา หน้าเกลียดน่ากลัว บางรายก็เป็นสะเก็ดแห้ง ทำอย่างไรก็ไม่หาย...หาหมอก็แล้ว ซื้อยาแพงๆ ทาก็แล้ว.....ลองดูนะครับ นำน้ำหมักที่ว่าทาบริเวณที่คันบ่อยๆ หรืออย่างน้อยก็เช้าเย็น ทาเป็นประจำประมาณ 20 วันถึง 1 เดือน จะเห็นผลอย่างน่าอัศจรรย์...ไม่ลองก็ไม่รู้นะครับ ใครยังทำไม่ทันใช้ สอบถามพี่จิ้มดีด หรือพี่ซาสี่ เจ้าแม่น้ำหมักทั้งสองดูได้... เผื่อจะสงเคราะห์มาให้ลองใช้ดู....รับรองจะติดใจ

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-01-31 16:24:35
 

 
Comment : 2
Message:

หน้าเป็นสิวเอาน้ำหมักทา สิวอุดตันหลุดภายใน 2-3 วัน

ไอเรื้อรังดื่มน้ำผสมน้ำหมักของมะขามป้อม/สมอ/บอระเพ็ด หายได้จริงๆ

น้ำหมักหมากเม่าดื่มแล้วสดชื่นไม่อ่อนเพลีย

ทั้งหมดนี้เป็นประสบกาณ์ที่ได้ลองจากตัวเองและคนในครอบครัวค่ะ

 
Reply By : ชบาขาว (guest)
2012-02-01 18:00:23 / IP: 58.9.42.253
 

 
Comment : 3
Message:

   น้องส้มฉุนถามพี่ๆ คับ..น้องหมักกระชายดำได้ประมาณ 4 เดือน มีวุ้นสวยใสขึ้นหนาประมาณ 1 ซม.ได้ แต่ต่อมาก็มีราสีขาวเจี๊ยบ เน้นนะคับว่าขาวจริงๆ ขึ้นเป็นกลุ่ม เป็นราไม่ใช่ราที่เป็นสปอร์ฟูๆ นะคับ แต่เป็นเหมือนเห็ดดอกใหญ่ แข็งๆ ตอนนี้จะเต็มในส่วนที่เป็นวุ้นอยู่แล้ว ถามพี่ๆ กูรูทั้งหลายว่าเป็นอะไรกันแน่ และต้องทำอย่างไรต่อ ไม่รู้ว่าพี่ๆ มีประสบการณ์อย่างน้องหรือเปล่าวคับ

 
Reply By : ส้มฉุน (member)
2012-02-02 07:40:44
 

 
Comment : 4
Message:

เช่นเดียวกันของใบตองก็เหมือนกันในโหลน้ำหมักของลูกยอที่ซื้อมาจากวัดสวนก็ขึ้นราขาวเหมือนกันสูงประมาณ 2 นิ้วเต้มพื้นที่ด้านหน้าโหลเลยงามมาก  ขอผู้รู้ช่วยตอบให้ด้วยค่ะ.

 
Reply By : ใบตอง (guest)
2012-02-03 09:46:11 / IP: 180.183.128.77
 

 
Comment : 5
Message:

   เงียบฉี่ เงียบอึ เงียบสนิทเลยอ่ะ ระวังความรู้จุกอก แน่นท้องตายไม่รู้ด้วยนะ

 
Reply By : เด็กอยากรู้ (guest)
2012-02-06 19:06:57 / IP: 115.87.20.63
 

 
Comment : 6
Message:

ขออภัยที่หายไปนาน......จนโดนต่อว่า  แต่กลับมาพร้อมคำตอบค่ะ ก่อนอื่นต้องขอ"กว่าตัว จิ้มดีดไม่มีประสบการณ์อย่างที่ คุณส้มฉุน/คุณใบตองเป็น เลยไปขอคำแนะนำจากครูบาอาจารย์มาใท้ค่ะ ท่านบอกว่า ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไปเพราะว่าดีแล้ว อ.จ.เรียกราสีขาวนั้นว่า"ราสวดมนต์" เป็นราชนิดดี จะช่วยย่อยสลาย แต่ขอเน้นว่าต้องเป็นสีขาวเท่านั้นค่ะ ห้ามต่อรอง!

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-02-12 12:42:07 / IP: 58.11.51.213
 

 
Comment : 7
Message:

.....ขอบคุณพี่จิ้มดีดเป็นครั้งที่ ๒๐๐ นะครับ...เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไว้ คงไม่ผิด เพราะมีพี่สาวคนหนึ่งทำน้ำหมัก แล้วไว้ในห้องพระ แล้วจริตคนนี้สวดมนต์เป็นประจำ ก็เป็นแบบเดียวกันกับที่น้องส้มฉุนว่าจริงๆ ....สาธุครับ..สาธุ...

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-02-13 14:36:46
 

 
Comment : 8
Message:

ขอถามมั่ง.....ตาประสาถังแรก ๆ อายุ 1 ปีนิด ๆ

จากที่เคยถามวิธีแก้ไขเรื่องที่เกิดสิ่งมีชีวิตยั๊วเยี๊ยขึ้น แก้ไขโดยเติมน้ำตาล และกลับมาใสเหมือนเดิมไปแล้ว  แต่ตอนนี้เกิดอาการใหม่  มีคำถามดังนี้

1.หลังจากใช้มือคนและขยี้ขยำอยู่เรื่อย ๆ จนมาตอนนี้  มีฟองขึ้นมาแปลก ๆ  ลักษณะนี้ผิดปกติหรือเปล่าครับ

 

2.ข้นมากเลย  ไม่รู้จะเกิดจากที่ผมคนและขยำให้ละเอียดอยู่เรื่อย ๆ หรือเปล่า

3. ลักษณะใกล้จะเหมือนน้ำบอระเพ็ดปั่นเข้าไปทุกที  ผมต้องเลิกคนส่วนผสม , ขยำ ขยี้ ได้หรือยังครับแบบนี้

แหลกมากเลย

เมื่อเทียบกับขวด 6 ลิตร อายุ 1 ปีนิด ๆ เหมือนกัน  อาการต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย  ขวดนี้ใสแจ๋วเลย และมีฝ้า ฟอง ขาวอยู่ผิวหน้า นาน ๆ ทีผมก็เขย่าให้ฟองเค้าหายไป

 

 
Reply By : ตาเปิ้ล (guest)
2012-02-14 01:48:07 / IP: 124.121.160.109
 

 
Comment : 9
Message:

 

คุณตาเปิ้ล ช่วยดมกลิ่นหน่อยค่ะว่าเหม็นเน่าหรือมีกลิ่นแบบน้ำหมักอยู่คือออกเปรี้ยวแบบน้ำส้มสายชู ถ้ากลิ่นยังโอเคอยู่ให้เติมน้ำตาล+น้ำลงไปแยอะๆเพราะเท่าที่เห็นจากภาพวัตถุดิบมากกว่าน้ำค่ะและสีที่เห็นก็คล้ายๆสีของยางบอระเพ็ด คุณตาเปิ้ลดมกลิ่นแล้วบอกมาก่อนนะค่ะ แล้วจะให้พี่ซาสี่ดูให้อีกครั้งค่ะ

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-02-14 10:32:02 / IP: 58.9.50.112
 

 
Comment : 10
Message:

ในขวดดีแล้วค่ะและวัตถุดิบจมหมด ไม่ต้องเขย่าขวดเพื่อให้ฟองหาย เพียงแต่รอดูการเกิดวุ้นค่ะ

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-02-14 10:36:38 / IP: 58.9.50.112
 

 
Comment : 11
Message:

พี่จิ้มดีดครับ   ลองดมดูแล้วกลิ่นยังหอมเปรี้ยว ๆ เหมือนเดิมครับ  ไม่มีกลิ่นเน่าครับ

รูปนี้ของวันนี้สด ๆ ครับ  หลังจากที่ คน ๆ ขยำ ๆ ไปเมื่อวาน  วันนี้เหมือนเนื้อบอระเพ็ดจะเกาะเป็นแพพร้อมใจลอยกันขึ้นมาหมดเลย

 

 

แล้วรูปนี้น้ำหมักแอปเปิ้ล เริ่มหมักตั้งแต่วันที่ 3 กพ.55  เนื้อแอปเปิ้ลจมหมดแล้ว   เปิดดูทีไรเมา ๆๆๆๆ ทุกทีเลย

 
Reply By : ตาเปิ้ล (guest)
2012-02-14 21:51:15 / IP: 124.121.197.59
 

 
Comment : 12
Message:

ขอแก้คำผิดครับ ว่าน้ำแอปเปิ้ลหมักตั้งแต่ 3 มค.55 ครับ  ไม่ใช่ 3 กพ.55 

ผ่านไป เดือนนึงเหมือนเค้าจะเริ่มมีอะไรลอยอยู่บนผิวหน้าแล้ว

 
Reply By : ตาเปิ้ล (guest)
2012-02-14 22:02:32 / IP: 124.121.197.59
 

 
Comment : 13
Message:

หลวงพ่อท่านเมตตาตอบให้ดังนี้

               ราสีขาว ปลอดภัย

                ราสีเขียว อันตราย

                ราสีเหลือง ต้องแยกเนื้อเพิ่มน้ำตาล

                ผักผลไม้วัตถุดิบเนื้อแน่น เกิดราแล้วตกตะกอนน้ำใสไม่เป็นวุ้น

                ผักผลไม้วัตถุดิบเนื้อฟูเนื้อชุ่มน้ำ ละลายน้ำตาลแยกสารตะกอนกับสารแขวนลอยเกิดวุ้น น้ำใสมีตะกอน

                สถานที่ที่มีความร้อนมาก คลื่นเสียงมากจะเป็นค่าแปรผันด้านลบ เช่น ทำโรงเรือนไว้ริมแม่น้ำคิดว่าสงบกลับได้แสงสะท้อนจากฟ้าและน้ำ และเสียงเรือ ไม่เกิดราเกิดวุ้น

                มโนปุพพังฯ (สำเร็จได้ด้วยใจ ใจเป็นประธาน) มีผลต่อนำหมัก

               สรุปจากหลวงพ่อคือ วัตถุดิบของคุณเยอะเกินไปให้แยกออกเป็นสองถังแล้วเพิ่มน้ำและนำตาลลงไปโดยไม้ต้องขยำขยี้วัตถุดิบ เพียงแค่คนหรือกลับวัตถุดิบก็พอแล้ว

 

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-02-23 21:04:25 / IP: 101.51.220.119
 

 
Comment : 14
Message:

     คุณตาเปิลครับของผมบรเพ็ดเหมือนกันมีอยู่ถังหนึ่ง ไม่อยากจะบอกเลยว่าเป็นเหมือนของคุณเลย แล้วช่วงน้ำท่วมผมไม่ได้นำไปด้วยเหลืออยู่ถังหนึ่งที่ห้อง กับมาดูอีกทีน้ำเป็นสีดำเป็นโคลนเลยครับ ผมก็ผสมน้ำกับน้ำตาลลงไปเพิ่มครับ แล้วผมก็มีอันต้องออกจากที่พักไปอยู่ที่อื่นอีก เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสกับไปที่พัก เปิดดูตอนนี้เป็นวุ้นทั้ง ๆ ที่น้ำดำ ๆ และดมดูก็ไม่ได้เน่าครับ ผมก็เลยทำใจว่าไว้ถ้าน้ำท่วมเขาจะได้ทำหน้าที่เป็น น้ำจุลรินทรี ไว้แก้น้ำเน่าแล้วกันถังนี้

    ที่เขียนมาเยอะเพื่อจะบอกให้รีบทำครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะเป็นน้ำโคลนสีดำอย่างของผม

 
Reply By : benson (guest)
2012-02-24 13:02:25 / IP: 58.11.138.252
 

 
Comment : 15
Message:

พี่จิ้มดีดครับ ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามเพื่อเป็นความรู้ให้คนอื่นครับ

 ผมเอาทิ้งถ่อนมาให้พ่อผมหมักไว้ แล้วท่านทำไว้ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ผมกลับไปเขาบอกว่าเป็นวุ้น แล้ววุ้นที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นแค่ด้านหน้านะครับ ตอนนี้เป็นลักษณะเหมือนกับเฉาก๊วยเลยครับ ทั้งถังเป็นก้อนเลย

    คำถามคือ

๑.ยังใช้ได้ไหมครับ

๒. ส่วนผสมน้ำกับน้ำตาลมากไปไหมครับ

๓. แล้วจะเสียของไหมครับ

 

ขอบคุณครับ

 
Reply By : benson (guest)
2012-02-24 13:07:10 / IP: 58.11.138.252
 

 
Comment : 16
Message:

ขอบคุณพี่จิ้มดีดมากครับกับคำตอบและคำแนะนำ

 

หลังจากกลับจากปริวาสผมก็มาดูน้ำหมักของผม ตรวจสุขภาพดูซิว่าเป็นยังไงบ้าง  ปรากฏว่าน้ำหมักแอปเปิ้ลอายุ 2 เดือน น้ำหมักมะขามป้อมอายุ 1 เดือน เริ่มเป็นวุ้นที่ผิวหน้าแล้วครับ   ดีใจมากเลย

 

มะขามป้อม

 

แอปเปิ้ล

 
Reply By : ตาเปิ้ล (guest)
2012-03-12 13:07:24 / IP: 202.149.29.81
 

 
Comment : 17
Message:

ดีใจด้วยครับ คุณตาเปิ้ล คาดว่าผลบุญที่ไปอยู่ปริวาสส่งผลครับ อนุโมทนานะครับ

 
Reply By : ปีกทอง (guest)
2012-03-13 07:45:39 / IP: 171.7.86.101
 

 
Comment : 18
Message:

ดีใจด้วยกับคุณตาเปิ้ลที่ประสบความสำเร็จกับการรอคอยการเกิดวุ้นของเอนไซม์ค่ะ แต่มีข้อแนะนำว่าวุ้นของแอปเปิ้ลเพิ่งเกิด เนื้อวุ้นยังไม่เต็มอย่าเพิ่งไปจับ แต่ของมะขามป้อมนั้นจับได้ค่ะ ยินดีค้วยจริงๆค่ะ

ส่วนของคุณพ่อตาคุณbensonนั้น ขอบอกว่า ไม่ธรรมดาเพราะเกิดวุ้นเร็วมาก แต่ไม่ทราบว่าวัตถุดิบจมหมดหรือยัง ถ้าจมหมดแล้ว ก็ขอตอบว่ายังใช้ได้ค่ะแต่นี่คือความทุกข์อีกอย่างนึงของคนที่ทำแล้วเกิดวุ้นเยอะเพราะคุณต้องขยายภาชนะแล้วเติมน้ำ+น้ำตาลลงไป ไม่เช่นนั้นแล้วน้ำจะแห้งทมดค่ะ

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-03-17 12:44:36 / IP: 58.9.236.226
 

 
Comment : 19
Message:

   ถามพี่ๆ ผู้เชี่ยวชาญหน่อยนะขอรับ อ่านที่พี่จิ้มดีดอธิบายเรื่องราสีต่างๆ ไม่เห็นมีราสีดำเลย ก็ไม่รู้ว่าถ้าเป็นราดำจะต้องทำอย่างไรกับมัน และกรณีที่น้องส้มฉุนถามไปตามกระทู้ข้างบน ได้คำตอบมาด้วยความเมตตาว่า เป็นราดีที่เกิดจากการสวดมนต์  แต่ต่อมาราสีขาวที่ขึ้นเหมือนดอกเห็ดบาน กลายเป็นสีเหลืองเข้ม และวุ้นข้างใต้กลับกลายเป็นราดำส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาก เลยลองคนๆ ดู แล้วช้อนเอาผิวหน้าที่เหม็นๆ ทิ้งไป น้ำหมักข้างใต้กลับเป็นปกติ สี+กลิ่นหอมใสเหมือนน้ำส้มสายชู ก็เลยเติมน้ำตาล เติมน้ำ แล้วคนหมักต่อ พี่ๆ ว่าไงน่ะขอรับ อันนี้น้องส้มฉุนงงมากมาย เลยต้องขอเข้ามาถาม เพื่อเป็นความรู้ต่อตนเอง และผู้ที่สนใจคนอื่นๆ น่ะขอรับ หวังว่าคงจะได้รับความเมตตาจากพี่ๆ นะขอรับ..อิ..อิ..

 
Reply By : ส้มฉุน (member)
2012-04-04 10:25:15
 

 
Comment : 20
Message:

ราสีดำเป็นราอันตราย คุณส้มฉุนช้อนออกและทำความสะอาดภาชนะแล้วเติมน้ำตาลลงไปก็คงจะใช้กับภายนอกได้ เช่นรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดเป็นต้น ไม่แนะนำให้ใช้รับประทานหรือใช้กับร่างกายค่ะฟ

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-04-09 06:02:39 / IP: 58.9.42.31
 

 
Comment : 21
Message:

.......ขอบคุณพี่จิ้มดีดแทนสมาชิกเวปไหว้พระทุกคนครับ ที่นำความรู้เรื่องน้ำหมักมาเป็นวิทยาทาน มาถ่ายทอดให้พวกเราได้ประดับเป็นความรู้ และนำเป็นบรรทัดฐานในการนำไปใช้ ไปปฏิบัติกัน เป็นประโยชน์มากมาย ขออนุโมทนาในกุศลทานที่พี่จิ้มดีดตั้งใจให้พวกเรานะครับ

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-04-09 18:42:11
 

 
Comment : 22
Message:

ขอถามคุณจิ้มดีดเกี่ยวกับวุ้น เริ่มทำเมื่อ มิย.และทำเพิ่มในถังเดิมอีกหนึ่งส่วน กค. ตอนนี้มะขามป้อมและลิ้นจี่เป็นวุ้นพอลองกดดูวุ้นก็จม เราต้องเอาวุ้นแยกมาเป็นอย่างๆ หรือนำวุ้นมารวมกันได้ขอบคุณมาก คนแก่

 
Reply By : คนแก่ (guest)
2012-09-09 18:34:38 / IP: 125.26.226.106
 

 
Comment : 23
Message:

วุ้นเพิ่งเกิดค่ะเลี้ยงเขาไว้ในถังไปก่อนจนอายุครบปีค่อยแยก ที่ต้องแยกวุ้นออกจากถังเปนเพราะวุ้นถ้าเปนเยอะเขาดูดน้ำในถังแห้งหมดค่ะ

 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-09-10 04:45:10 / IP: 58.9.136.72
 

 
Comment : 24
Message:

ขอบคุณคุณจิ้มดีดเกือบจะแยกถังใส่วุ้นแล้วพอไม่กี่วันฝ้าขึ้นมะขามป้อมกับลิ้นจี่อีกลิ้นจี่ตอนนี้วุ้นขึ้นหนากว่าตัวเก่าอีกพยายามจะไม่ขยับถังน้ำหมักอีก(16ถัง)สำหรับทำทาน พลอยเพชร10ถัง (น้องๆ26ถังหอมมาก)และขอถามว่าจะใช้น้ำหมักอัญชันกับน้ำหมักมะกรูดทำยาสระผมได้หรือเปล่าและต้องอายุกี่เดือน ขอบคุณล่วงหน้า คนแก่

 
Reply By : คนแก่ (guest)
2012-09-14 16:00:31 / IP: 125.26.232.87
 

 
Comment : 25
Message:

การทำยาสระผม น้ำหมักต้องอายุ6เดือนขึ้นไป ที่ซาสี่เคยทำจะเอายาสระผมที่ทำจากธรรมชาติ ของอภัยภูเบศหรือของจินดา จะเป็นประคำดีควาย อโรเวร่าหรืออันชัญ ก็ตาม สัดส่วนในการทำ แชมพู6ส่วน น้ำ2ส่วน น้ำหมัก2ส่วน ไม่ควรจะเอามะกรูดกับอัญชันผสมกัน เพราะกลิ่นจะไม่หอม ควรแยกอัญชันขวดนึง มะกรูดขวดนึงจะหอมกว่า ถ้าต้องการให้เข้มข้นกว่านั้นก็ให้เอาแชมพู3/4+เอนไซม์1/4 ส่วนผสมนี้เขย่าใหเข้ากันแล้วทิ้งไว้3วัน จึงนำมาใช้ ทำให้ผมดกดำ หนังศรีษะแข็งแรง ผมหงอกช้าลง นี่เป็นสูตรธรรมชาติ ไม่ได้ใส่กลิ่นใดๆ ถ้าอยากได้กลิ่นอะไรก็หาใส่เอาได้คะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2012-09-14 20:48:17 / IP: 180.180.138.132
 

 
Comment : 26
Message:

ขอบคุณคุณซาสี่ ขอถามเกี่ยวกับฟักข้าวได้สีเหลืองกับสีเขียวมาทำน้ำหมักจะได้ประโยชน์เหมือนลูกที่สุกเป็นสีแดงหรือเปล่าถ้าไม่ได้จะไปหาซื้อแล้วทำใหม่

 
Reply By : คนแก่ (guest)
2012-09-18 15:05:39 / IP: 125.26.211.224
 

 
Comment : 27
Message:

ถามพี่ซาสี่ น้ำกระชายหมักใช้รักษาเกี่ยวกับโรคอะไรได้บ้างครับ

 
Reply By : sun (guest)
2012-09-24 12:01:49 / IP: 124.121.234.132
 

 
Comment : 28
Message:

ตอบคุณ "คนแก่" ค่ะ

ลูกฟักข้าวสีเขียว และ เหลือง เป็นลูกอ่อน นิยมกินสด เป็นผักจิ้มน้ำพริก หากจะทำน้ำหมักแนะนำให้ใช้ลูกสีแดงดีกว่า ในเยื่อของผลแก่สีแดงจะมีเบต้าเคโรทีนมากกว่าในแครอทถึง10เท่า ประโยชน์ของมันก็คือ ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด หลอดเลือดหัวใจอุดตัน

ตอบคุณ "sun" ค่ะ 

น้ำกระชายหมักมีสรรพคุณดังนี้ค่ะ บำรุงกระดูก เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศชาย แก้โรคไต ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ บำรุงมดลูก แก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วง แก้อาการกะเพราะปัสสาวะเกร็ง แก้ต่อมลูกหมากโต แก้ปัญหาไส้เลื่อน เพิ่มมวลกระดูก และอื่นๆอีกมากมาย 

กระชาย ข่า ขิง พืชที่มีเหง้าใต้ดินทั้งหลาย ครูบาอาจารย์บอกว่าเป็น "โสมเมืองไทย" มีสรรพคุณมากมาย หากอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมถาม อากู๋กูเกิ้ลได้เลยค่า ^O^

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2012-09-25 17:09:28 / IP: 58.8.196.18
 

 
Comment : 29
Message:

.......ขอขอบคุณ " พี่ซาสี่ " ตอบได้หวานเจี๊ยบจับใจสมชื่อจริงๆ ...เป็นกูรูอีกท่านหนึ่งของเวปเรานะครับ สมกับเป็นเวปที่ให้ความรู้คู่คุณธรรมจริงๆ...( ทำเอง..เชียร์เอง...หุ..หุ.. )

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-09-26 07:25:29
 

 
Comment : 30
Message:

 
Reply By : จันทน์ (guest)
2012-09-26 14:15:13 / IP: 182.93.210.170
 

 
Comment : 31
Message:

 พี่คะอยากถามน้ำหมักที่ทาแก้คันหนูไม่มีน้ำหมักขยะมีแต่น้ำหมักผลไม้ได้ไหมค่ะ ลูกชายเป็นผื่นแดงคันหนานูนลามไปทั่ว พี่ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

 
Reply By : จันทน์ (guest)
2012-09-26 14:23:56 / IP: 182.93.210.170
 

 
Comment : 32
Message:

 ให้ใช้น้ำส้มสายชู ๑ ส่วน น้ำ ๑๐ ส่วน แล้วก็ใช้เช็ดตัวบางๆ แล้วก็ให้อาบน้ำ

เสร็จแล้วก็ ...
อจ. ว่าไม่รู้พื้นเพของเด็ก ถ้าเปนอจ. ก็ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำซาวข้าวทาที่ตัว ก็จะหายได้
แล้วให้หาแคนตาลูปรับทานด้วย
แล้วก็ให้เสกคาถา "พระให้พร" เป่ากระหม่อมก็จะหายดี         
พระอาจารยืท่านเมตตาตอบให้เองค่ะ
 
Reply By : จิ้มดีด (guest)
2012-09-27 07:39:51 / IP: 58.9.136.198
 

 
Comment : 33
Message:

 กราบขอบพระคุณมากค่ะแล้วหนูจะทำตมคำแนะนะคะ

 
Reply By : จันทน์ (guest)
2012-09-27 09:47:23 / IP: 182.93.210.170
 

 
Comment : 34
Message:

ขอถามพี่ซาสี่ครับว่า สมอภิเภษหมักรักษาโรคอะไรได้บ้างครับ ขอบคุณครับ 

 
Reply By : sun (guest)
2012-10-04 20:13:26 / IP: 124.121.57.29
 

 
Comment : 35
Message:

.......ผม up-date เรื่องน้ำหมักใน " ครูบาอาจารย์สอนไว้ "  ให้ศึกษากันอีกครั้ง ขึ้นไปคลิ๊กข้างบนดูได้เลยนะครับ....ส่วนสมอไทย / สมอพิเภก...เหมือนหรือต่างกันอย่างไร...อันนี้คงต้องให้ผู้รู้มาแถลงไขอีกทีในโอกาสต่อไปครับ

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-10-06 17:52:54
 

 
Comment : 36
Message:

สมอไทยนั้นหรือมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terminalia Chebuia Retz ทั้งนี้ย้อนไปสมัยพุทธกาลยามพระพุทธองค์ประชวร หรือพระสงฆ์อาพาธ ก็มักเสวยหรือฉันผลสมอไทยเป็นยาหลัก จนได้รับยกย่องว่าเป็นพุทธโอสถ ดังมีพระพุทธรูปปางทรงฉันสมอปรากฏเป็นหลักฐาน หรือตาม พระราชประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อพระองค์ประชวรครั้งสุดท้าย ก็เสวยผลสมอไทยเหลือไว้ครึ่งลูก และพระราชทานผลสมอไทยครึ่งลูกนั้นแด่พระสงฆ์เป็นทานครั้งสุดท้าย

ตำนานขานเล่าถึงกำเนิดสมอไทยว่า ครั้งหนึ่งพระอินทร์กำลังเสวยน้ำอมฤต บังเอิญน้ำอมฤตหยดหนึ่งหกลงมาบนพื้นโลก กลายเป็นต้นสมอไทย มีสรรพคุณแก้ได้สารพัดโรค มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า โอสถทิพย์ หรือผู้ให้กำเนิดชีวิต กับอีกตำนานว่า ขณะที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติผลสุขสมบัติอยู่ใต้ต้นไม้ พระอินทร์ทรงเห็นว่าพระพุทธองค์ควรเสวยพระกระยาหาร จึงได้นำผลสมอทิพย์มาถวาย

สมอไทยก็มีความพิเศษเหนือสมุนไพรอื่นๆ สมตำนานเล่าขาน คือเป็นสมุนไพรที่มีเกือบครบทุกรส ได้แก่ รสเปรี้ยว ฝาด หวาน ขม เผ็ด แถมยังมีรสเค็มและรสเมาแทรก ตามตำรายาไทยกล่าวว่า รสของยา บ่งบอกสรรพคุณของยา อย่างกรณีของสมอ รสเปรี้ยว มีสรรพคุณกัดเสมหะ แก้ไอ แก้กระหายน้ำ ฟอกโลหิต แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้โรคท้องผูก ชำระล้างเมือกมันในลำไส้, รสฝาด ช่วยสมานแผลในปากไปจนถึงแผลในกระเพาะลำไส้ แก้ท้องเสีย แก้บิด ซึ่งสรรพคุณของรสฝาดช่วยระงับการถ่าย (รู้ปิด) ตรงกันข้ามกับรสเปรี้ยวซึ่งช่วยให้ถ่าย (รู้เปิด) เมื่อลูกสมอไทยมีรสเปรี้ยวและรสฝาดผสานกัน จึงมีสรรพ คุณเป็นทั้งยาระบายและยาระงับการถ่าย คือ รู้เปิด รู้ปิด ไปในตัว

รสหวาน บำรุงเนื้อ บำรุงกำลัง, รสขม แก้ไข้ บำรุงน้ำดี ถอนพิษผิดสำแดง ช่วยเจริญอาหาร, รสเผ็ด ขับลมในกระเพาะ ลำไส้ แก้ปวดท้องจุกเสียด ช่วยย่อยอาหาร, รสเค็ม ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แก้ประดงน้ำเหลืองเสีย และรสเมา แก้พิษฝี พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้พยาธิต่างๆ แก้ริดสีดวง ระงับประสาท ทำให้นอนหลับสบาย

และเพราะสมอไทยมีหลายรส เมื่อกินสมอไทยอย่างเดียวจึงเท่ากับกินสมุนไพรหลายอย่าง กล่าวกันว่า ถ้าใครกินสมอไทยวันละ 1 ลูกทุกวัน โรคภัยไข้เจ็บจะไม่มากล้ำกราย วิธีกิน เอาสมอไทย 1 ลูก แช่ในน้ำ 1 แก้ว เป็นเวลา 1 คืน ตื่นเช้ากินทั้งน้ำและเนื้อ เป็นยาบำรุงกำลัง ซึ่งโดยทั่วไปมักจะมีสรรพคุณบำรุงกำหนัดควบคู่กันไป แต่สมอไทยกลับตรงกันข้าม คือแทนที่จะเพิ่ม กลับลดกำหนัด อาจด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงเลือกสมอไทยเป็นยาสำหรับพระสงฆ์ฉันบำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย โดยลดความกำหนัดไปในตัว

สรรพคุณเด่นอีกข้อของสมอไทยที่ควรขยายความ คือแก้โรคท้องผูกเรื้อรัง โดยสมอไทยไม่ใช่ยาถ่ายเท่านั้นแต่ยังช่วยชำระล้างลำไส้ให้สะอาด มีสมรรถภาพในการบีบตัว ขับถ่ายได้คล่อง วิธีกินสมอไทยแก้โรคท้องผูกต้องกินวันละ 3-5 ลูกทุกวัน จนอาการท้องผูกหายไป จึงหยุดกิน สำหรับผู้ที่มีอาการไอ เจ็บคอ เสียงแห้ง มีเสมหะติดคอ คันคอยิบๆ ให้เอาเนื้อลูกสมอไทยมาผสมเกลือและข่าแก่พอสมควร ตำสามสิ่งนี้ให้แหลกเข้ากันดี แล้วแบ่งอมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ที่เหลือเก็บแช่ตู้เย็นไว้ใช้ต่อ อาการไอคันคอยิบๆ จะหายไป หลังจากอมยาต่อเนื่องราว 1 สัปดาห์

ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า ครั้งพุทธกาล มีภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคผอมเหลือง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้แด่พระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ดื่มยาผลสมอดองน้ำมูตรโค" และยังได้เล่าถึงอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งเสวยพระชาติเป็นพระหรีตกิทายกเถระ ว่า ท่านได้นำผลสมอถวายแด่พระสยัมภูพุทธเจ้า ทำให้ทรงบรรเทาพยาธิทั้งปวง จึงได้ทรงทำอนุโมทนาว่า ด้วยการถวายเภสัชอันเป็นเครื่องระงับพยาธินี้ ท่านเกิดเป็นเทวดา เป็นมนุษย์ หรือจะเกิดในชาติอื่น จงเป็นผู้ถึงความสุขในที่ทุกแห่ง และท่านอย่าถึงความป่วยไข้ ฉะนั้น เพราะการถวายสมอนี่เอง ความป่วยไข้จึงมิได้เกิดแก่ท่านเลย นี้เป็นผลแห่งเภสัชทาน


 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-11-29 07:06:52
 

 
Comment : 37
Message:

สรรพคุณ:
           ตำรายาไทย: ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ และไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก่ แก้เสมหะจุกคอ ทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ  แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องร่วงท้องเดิน รักษาโรคท้องมาน  เมล็ดใน แก้บิด แก้บิดมูกเลือด
           ประเทศพม่า: ใช้ผลแห้งรักษาอาการไอ และโรคตา ในอินโดจีนใช้เป็นยาฝาดสมาน และยาบำรุง ผลสดเป็นยาถ่าย
           ตำรายาไทย สมอพิเภกจัดอยู่ใน “พิกัดตรีผลา” คือการจำกัดจำนวนผลไม้ 3 อย่าง มี ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม สรรพคุณแก้ปิตตะ วาตะ เสมหะ ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฎฐาน “พิกัดตรีสมอ” คือการจำกัดจำนวนสมอ 3 อย่างมี ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกสมอเทศ สรรพคุณแก้เสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้ ผายธาตุ รู้ถ่ายรู้ปิดเอง
           นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5)    ปรากฏการใช้สมอพิเภกในยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) มีส่วนประกอบของสมอพิเภกร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ”ยาหอมนวโกฐ” มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ แก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียน วิงเวียน เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย)

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:
           1.ยาระบายถ่ายท้อง ใช้ผลอ่อน 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานครั้งเดียว
           2.แก้ท้องร่วง ท้องเดิน ใช้ผลแก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยวจนเหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทาน

องค์ประกอบทางเคมี:
           chebulagic acid, ellagic acid, gallic acid, chebulagic acid

การศึกษาทางเภสัชวิทยา:
           สารสกัดผลด้วยเอทานอลเพิ่มการขับน้ำดีในสุนัข ทำให้ความดันโลหิตลดลงจนอาจถึงตายได้ แต่สารสกัดด้วยน้ำมีผลน้อยต่อการขับน้ำดี และทำให้ความดันโลหิตลดลงเล็กน้อย

การศึกษาทางคลินิก:
           ไม่มีข้อมูล

การศึกษาทางพิษวิทยา:
           การทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดผลด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 1,515 เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ และเมื่อให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมพบว่าขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่ง (LD50) เท่ากับ 6.156 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-11-29 07:30:50
 

 
Comment : 38
Message:

สวัสดีคะ น้องสีฝุ่นหมัก กล้วย พุดทรา และ ละมุน ทั้ง ๓ ชนิดนี้ขึ้นวุ้นเป็นชั้นแล้ว หมักมา ๑ ปี

แต่ไม่รู้จะนำไปใช้อย่างไรคะ ช่วยแนะนำด้วยเจ้าคะ 

 
Reply By : สีฝุ่น (guest)
2012-12-11 13:24:27 / IP: 58.137.145.222
 

 
Comment : 39
Message:

 

- น้ำฝาถังเฟื้องฟ้านำมาผสมน้ำแล้วทาหน้าได้รึเปล่าคะ หรือว่าไม่ควรจะผสม

-พอแยกวุ้นออกมาแล้ว ตามที่ได้อ่านดูจากกระทู้ก่อนหน้านี้ คือ นำมาผสมน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง 1 กก.ต่อวุ้น 5 กก.และน้ำ 5 ลิตร แล้วทิ้งไว้นานไม่คะ หรือว่านำมาทานได้เลย 

-แล้วถังหมักที่แยกวุ้นออกมาแล้ว ควรเติมน้ำลงไปใหม่ หรือว่าควรทำอย่างไรดีคะ

 

ขอบคุณคะ

 

 
Reply By : สีฝุ่น (guest)
2012-12-11 13:49:20 / IP: 58.137.145.222
 

 
Comment : 40
Message:

จากการไปอ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ อันมากมายและยาวเหยียด

- น้องสีฝุ่นได้ความว่าควรจะแยกวุ้นออกมา แล้วนำมาเลี้ยงไว้อีกกระปุกโดยใส่ น้ำตาลหรือน้ำผึ้งและน้ำ ตามอัตราส่วนที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ และจะนำมารับประทานโดยการตัดเป็นชิ้น รับประทานตอนเช้า และให้ญาติๆ ทานด้วย และคนอื่นๆ ถ้าผู้ใดสนใจ

- น้ำฝาถังจะผสมน้ำและฉีดใส่หน้าเป็นการบำรุงผิวหน้า เพื่อจะได้ใช้ได้นานๆ เพราะน้ำฝาถังน้องสีฝุ่นมีไม่มาก

- ส่วนถังหมักเดิมที่ได้แยกวุ้นออกมาแล้ว ก็เติมน้ำและน้ำตาลในอัลตราส่วนที่พอเหมาะ ลงไปใหม่

แจ้งให้ทราบเพราะด้วยความทุกข์ใจเพราะหมักแล้วเกิดวุ้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ พอมาสอบทางจากเวปก็ใจร้อน ไม่รอแอดมินมาตอบ ก็ใช้ความอยากรู้ในการไปนั่งไล่อ่านกระทู้เก่าๆ จนได้วามตามที่ได้แจ้งไปทางด้านบนนะเจ้าคะ

(ไปอ่านกระทู้เก่าได้ความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยคะ)

ขอบพระคุณมากๆ เจ้าคะ

 
Reply By : สีฝุ่น (guest)
2012-12-12 11:10:40 / IP: 58.137.145.222
 

 
Comment : 41
Message:

             เยี่ยมไปเลยครับ

 
Reply By : PITHIPHAT (member)
2012-12-12 15:38:27
 

 
Comment : 42
Message:

เมื่อเช้าเป็นวันแรกที่ทานวุ้น

ลองเคี้ยว มีรสเปรี้ยวมากคะ 

ยังไงก็จะทานไปเรื่อยๆ มีอะไรแน่นำก็แจ้งเลยนะคะ

มือใหม่หัดหมัก หัดในหลายๆ เรื่อง

อยากได้คำชี้แน่จร้า

 
Reply By : สีฝุ่น (guest)
2012-12-13 10:15:55 / IP: 58.137.145.222
 

 
Comment : 43
Message:

.......( แอบ) ทราบมาว่า "กูรู " อยู่ไกล  กลับมาเมื่อไร รับปากว่าจะมาชี้แจงเพิ่มเติมในรายละเอียดอย่างแน่นอน...รออีกนิดเดียวครับ

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2012-12-13 16:15:26
 

 
Comment : 44
Message:

จร้าาาาาาา

 
Reply By : สีฝุ่น (guest)
2012-12-14 14:19:43 / IP: 58.137.145.222
 

 
Comment : 45
Message:

เรียนคุณน้องสีฝุ่น ก่อนอื่นพี่แอดมินขอชมในความพยายามค้นคำตอบจากกระทู้เก่า ๆ นะคะ สมเป็นแฟนพันธุ์แท้น้ำหมักจริง ๆ คะ กลับเข้าเรื่องน้ำหมักกันนะคะ พี่แอดมินขอตอบเรื่องวุ้นน้ำหมักเป็นข้อ ๆ ดังนี้คะ

๑. วุ้นน้ำหมักที่แยกเลี้ยงไว้

ควรเก็บไว้ได้ตั้งแต่ ๓, ๖, หรือ ๑๒ เดือน แล้วจึงนำมาใช้ตามความต้องการ

๒. วุ้นน้ำหมักส่วนที่นำมารับประทานเอง

ให้แบ่งมาตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยไกรกรรคม แล้วผสมน้ำผึ้ง ก่อนนำมารับประทานวันละ ๑ ช้อนชาทุกวัน เวลาใดก็ได้ แต่พี่แอดมินขอแนะนำให้รับประทานตอนเช้ากันลืม

๓. น้ำฝาถัง

ก่อนนำมาใช้ควรผสมน้ำสะอาดให้เจือจาง เพื่อให้ผิวได้ปรับสภาพกับกรดผลไม้ก่อน หลังจากใช้แบบนี้ไปสักสองสามอาทิตย์แล้วไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถใช้แบบไม่ต้องผสมน้ำได้เลย ใช้ได้ทั่วบริเวณที่ต้องการ ยกเว้นบริเวณที่ผิวบอบบาง ควรใช้สองหรือสามครั้งต่ออาทิตย์เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

พี่แอดมินขออภัยในการตอบล่าช้า อันเนื่องมาจากติดภาระกิจการบินหาเลี้ยงชีพ จะพยายามตอบให้เร็วที่สุดนะคะ

สวัสดีคะ

ซาสี่

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2012-12-14 21:37:05 / IP: 182.52.5.59
 

 
Comment : 46
Message:

น้ำหมักมังคุด ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้างครับ ขอบคุณครับ

 
Reply By : sun (guest)
2012-12-22 08:33:36 / IP: 61.90.44.9
 

 
Comment : 47
Message:
 
Reply By : คนแก่ (guest)
2012-12-26 17:58:16 / IP: 125.26.212.128
 

 
Comment : 48
Message:

 เปนตัวฆ่าเชื่อโรคและช่วยเรื่องผิวพรรณ กระฝ้าใช้แล้วจางลงค่ะตัวมังคุดมีสรรพคุณฆ่าเซลล์มะเร็งค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2012-12-28 09:45:37 / IP: 58.9.250.11
 

 
Comment : 49
Message:

ได้น้ำหมัก และวุ้นมา 1 ถังเล็กๆ เอาไปแช่ในตู้เย็นจะเป็นอะไรไหมคะ แช่ 1 อาทิตย์แล้ว ต้องออกจากตู้เย็นหรือเปล่า แล้วคุณค่าจะลดลงไหมค่ะ

 
Reply By : วี (guest)
2013-02-07 12:04:59 / IP: 202.28.180.202
 

 
Comment : 50
Message:

มังคุดที่จะนำมาหมักใช้เฉพาะเปลือก หรือทั้งลูก (เปลือก+เนื้อใน)ค่ะ

 
Reply By : วี (guest)
2013-02-07 12:08:17 / IP: 202.28.180.202
 

 
Comment : 51
Message:

.......ขอตอบแทน " กูรูเรื่องน้ำหมัก" สงสัยว่าคงจะใช้เวลาคร่ำเคร่งในการปฏิบัติตัว เตรียมเข้าปริวาสรอบนี้ล่ะกระมัง

       เรื่องมังคุด ให้หมักทั้งลูกเลยครับ

       เรื่องการหมัก ให้ใช้อุณหภูมิห้องครับ เพราะต้องการให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในน้ำหมัก ขืนเอาน้ำหมักไปแช่ตู้เย็นก็เป็นการถนอมอาหาร เลยทำให้จุลินทรีย์หยุดทำงานไปด้วย หรือถ้าเย็นจัดก็อาจตายได้..น้ำหมักก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะกระบวนการหยุดชะงักนั่นเองครับ

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2013-02-14 07:49:22
 

 
Comment : 52
Message:

 ตอบComment ที่50ค่ะหมักมังคุดให้หมักทั้งลูกหลังจากล้างให้สะอาดแล้วค่ะไม่ต้องหั่นใดๆทั้งสิ้น

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-02-15 19:27:06 / IP: 219.101.184.71
 

 
Comment : 53
Message:

 ตอบคุณวีค่ะว่าจุลินทรีย์เขาชอบอุณหภูมิพอเหมาะไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไปเขาจะไม่ทำงาน(ประสิทธิภาพ)ทางยาก็จะลดลงกรุณาเอาออกจากตู้เย็นด่วนๆวางไว้ในที่ร่มก็เพียงพอแล้วกลิ่นที่ดีคือเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชูค่ะ แต่ถ้ากลิ่นเหมือนขยะเน่าแปลว่าจุลินทรีย์ได้ตายแล้วเททิ้งเลยค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ซูสีทไเ (guest)
2013-02-15 19:33:30 / IP: 219.101.184.71
 

 
Comment : 54
Message:

  

 
Reply By : Somtid Suparat (guest)
2013-03-31 14:21:23 / IP: 115.67.102.191
 

 
Comment : 55
Message:
 
Reply By : Somtid Suparat (guest)
2013-03-31 14:41:39 / IP: 115.67.102.191
 

 
Comment : 56
Message:

.......ด้วยข้อจำกัดบางอย่างของระบบ ทำให้เกิดความยุ่งยาก และอาจไม่สะดวกต่อผู้ใช้งาน ต้องขออภัยมาอีกครั้งนะครับ...แนะนำให้ปฏิบัติอย่างนี้...

     1. ถ้าข้อความยาว คิดไปพิมพ์ไป ให้พิมพ์ในแปรแกรม word ก่อน แล้วค่อย copy มา paste ในกระทู้ทีหลัง หรือ....พิมพ์ในกระทู้เลย ก่อนจะทำขั้นตอนต่อไป ให้ copy เก็บไว้ก่อน กันหาย แล้วใส่ verify code   แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็ เอาที่ copy ไว้ มาแปะ แล้วใส่ verify ( ทำซ้ำอีกที )

     2. การใส่ verify code  มันจะมีอักษรตัวเล็กตัวใหญ่  แนะนำให้ทำการ copy ข้อความทุกครั้ง กันข้อความหาย กรณีลงข้อความไม่สำเร็จ จะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึก....พยายามต่อไปนะครับ โดยเฉพาะคุณที่ใช้ชื่อว่า   Somtid Suparat.....เชื่อได้ว่าคำถาม หรือข้อเสนอแนะที่จะลง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นมากมายแน่นอน......

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2013-04-01 07:57:35
 

 
Comment : 57
Message:

 แวะเข้ามาดูหลายรอบเพื่อที่จะตอบคำถามให้ค่ะแต่ยังคงว่างอยู่ ....ยังคงรอนะค่ะคุณ Somtid

 
Reply By : ซาสี่/จิ้มดีด (guest)
2013-04-04 19:36:58 / IP: 115.87.167.208
 

 
Comment : 58
Message:

.......ขอบคุณมากมายครับ พี่สาว " กูรู " ที่น่ารักทั้งสองคน..ได้ฟัง ( อ่าน ) อย่างงี้แล้ว อบอุ่นใจดีพิลึก....

 
Reply By : พี่ชายคนเล็ก (member)
2013-04-05 00:15:16
 

 
Comment : 59
Message:

 ดีใจจังที่พี่ทัิงสองยังคงอยู่คู่น้ำหมักงั้นขอถามเลยเลยค่ะว่าน้ำหมักที่หมักแล้วสามปีขึินเราเอาแต่น้ำมารวมกัน+น้ำตาลหรือน้ำผึ้งเพื่อจะเปนมหาบำบัด ใช่ไหมค่ะ

 
Reply By : นกน้อย (guest)
2013-04-06 14:11:19 / IP: 58.9.66.81
 

 
Comment : 60
Message:

 ตอบคุณนกน้อยค่ะ มหา. = ยิ่งใหญ่  /ถ้ารอให้เป็นมหาบำบัดเอง ต้องรออีก15ปีอย่างน้อย เราย่นเวลาได้คะ  โดยเอามหาบำบัด 20 ปีใส่ลงไป 1 ขวด ทิ้งไว้ 3 ปี ก็ได้. miniมหาบำบัด คะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-06 22:03:39 / IP: 58.9.66.81
 

 
Comment : 61
Message:

 ขอบคุณพี่มากๆค่ะ มีคำแปลให้ด้วยเลยทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ นู๋จะหาซื้อมหาบำบัด 20ปีได้ที่ไหนค่ะตอนนี้นู๋ได้หมักรวมไปแล้วจะเอามาใส่ทันไหมค่ะ/ขอบคุณค่ะ

 
Reply By : นกน้อย (guest)
2013-04-08 11:22:01 / IP: 219.101.184.114
 

 
Comment : 62
Message:

 คุณนกน้อยค่ะพี่ซาสี่ขอตอบว่าทันคะ เพราะจะนับ 1 จาก วันที่เติมมหาบำบัด 20 ปี. ไปอีก3ปีคะน้ำหมักของเราก็จะกลายเปนมหาบำบัดเลยค่ะ แล้วน้ำหมัก 20ปีหาซื้อได้จากต้นตำหรับเลยค่ะ ตอนนี้พี่ซาสี่พาครอบครัวหลบร้อนมาเที่ยวเกาหลีค่ะเลยเอารูปมาฝาก

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-08 16:33:23 / IP: 219.101.184.114
 

 
Comment : 63
Message:
 
Reply By : Koy (guest)
2013-04-09 00:43:02 / IP: 110.49.233.83
 

 
Comment : 64
Message:

ขอรบกวนถามผู้รู้หน่อยน่ะค่ะ คือหมักผลไม้ไว้ครึ่งถัง25ลิตรผ่านไปได้เกือบเดือบอยากจะเติมให้เต็มถังสามารถเติมได้มั้ยค่ะแบบว่าดูเหมือนน้อยเกินไปค่ะประจวบว่าได้ผลไม้มาอีกค่ะ  มือใหม่หัดหมักค่ะ  ขอบคุณมากน่ะค่ะ

 

 
Reply By : Koy (guest)
2013-04-09 00:55:55 / IP: 110.49.233.83
 

 
Comment : 65
Message:

 ได้ค่ะแต่วันเริ่มต้นต้องนับหนึ่งใหม่นะค่ะคุณkoy แล้วอย่ลืมเพิ่มน้ำตาลตามสัดส่วนด้วยนะค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-11 18:11:25 / IP: 115.87.145.129
 

 
Comment : 66
Message:

 พี่ค่ะการปรุงน้ำหมักแก้หวัดเจ็ยคอคือเอาหมอ+ยอ+ป้อม+เพชร ที่มีอายุ 3ปีแล้วมารวมกันแล้วใส่น้ำผึ้ง แล้วใช้ได้เลยนัินถูกต้องไหมค่ะ นู๋เห็นที่ปานะที่วัดเลยเอามาทำบ้างเพราะใช้ได้ผลจริงๆค่ะ

 
Reply By : นู๋ (guest)
2013-04-15 10:10:15 / IP: 58.9.47.16
 

 
Comment : 67
Message:

แย่แล้วๆค่ะ หมักมะขามเปียก น้ำตาล2 มะขามเปียก3 น้ำ10 (ตอนแรกใช้สูตร1/3/5ค่ะแต่มันข้นมากเลยเติมน้ำ+น้ำตาล) ผ่านไป2-3วันมีราดำขึ้นตรงกลางถังเป็นแพ (ไม่มีกลิ่นเหม็น)ตกใจมากรีบช้อนออกแล้วเช็ดขอบถัง จากนั้นก็กดๆคนๆให้โดนน้ำ ไม่รู้ว่าจะเสียมั้ย และสูตรถูกต้องมั้ยค่ะมีอะไรต้องแก้ไขอีกหรือเปล่าค่ะ

เรื่องขยายน้ำหมัก จำเป็นไหมต้องขยายทุก3/6/12 เดือน และขยายน้ำผึ้งกับน้ำตาลสีรำต่างกันอย่างไร ใช้อะไรดีกว่ากันค่ะอยากได้วุ้นค่ะช่วยแนะนำหน่อยน่ะค่ะ(ถามมากจัง)

ขอบคุณๆผู้รู้ผู้ตอบมากๆค่ะ จากใจจริงค่ะ ขอบคุณสำหรับคำตอบที่65น่ะค่ะ มือใหม่หัดหมักค่ะ

 
Reply By : koy (guest)
2013-04-17 20:12:39 / IP: 101.51.238.196
 

 
Comment : 68
Message:

พี่ซาสี่ใช้ป้อม3ส่วน+เพชร1ส่วนหรือน้อยกว่าและเติมน้ำผึ้งลงไป 2-3ช้อนโต๊ะ/ยา300ccเพื่อให้รสกลมกล่อมยิ่งขึ้นแล้วเติมมหาบำบัด3-4หยดลงไปในส่วนผสมเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทิ้งไว้3วันแล้วจึงนำมาใช้ค่ะ ส่วนหมอ ยอ ป้อม เพชร เปนยาครอบจักรวาลกินแล้วแข็งแรงแต่ไม่ตรงกับโรคหวัดค่ะ ทีสำคัญอย่าลืมสวดมนต์นะค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-18 16:11:07 / IP: 131.203.111.6
 

 
Comment : 69
Message:

 

 
Reply By : พี่ซาสี่ (guest)
2013-04-18 16:55:17 / IP: 131.203.111.6
 

 
Comment : 70
Message:

พี่ซาสี่ขอโทษค่ะที่ต้องถ่ายรูปส่งไปเพราะพิมพ์และส่งหลายหนข้อความไม่ไปค่ะ

 

 
Reply By : ซาส่ (guest)
2013-04-18 17:00:09 / IP: 131.203.111.6
 

 
Comment : 71
Message:

 พยามอีกครั้งนะค่ะ

พี่ซาสี่ไม่มีประสบการณ์การหมักมะขามเปียกเลยค่ะแต่เท่าที่อ่านคิดว่าน้ำตาลมากกว่าปกติ2เท่าจึงขอแนะนำให้รอดูต่อไปค่ะถ้าไม่มีกลิ่นเหม็นบูดแปลว่ายังใช้ได้แต่ครูบาอาจารย์ได้แนะนำว่าถ้าน้ำหมักเกิดราดำขึ้นไม่แนะนำให้มาบริโภคใช้ได้กับร่างกายภายนอกเท่านั้นค่ะ

การขยายน้ำหมักนั้นจะทำเมื่อมีอายุหนึ่งปีแล้ว/วุ้นนั้นเร่งไม่ได้เพียงแต่เราต้องทำสัดส่วนให้ถูกต้องอุณหภูมิเหมาะสมและอย่าลืมสวดมนต์ด้วยค่ะข้อสำคัญอีกประการก่อนหมักต้องทำความสะอาดวัตถุดิบให้ดีเพราะมะขามนั่นตามปกติแล้วเขามีเชื้อราอยู่แล้วต้องคัดออกไปก่อนหมัก ส่วนน้ำตาลที่ใช้หมักนั้นไม่ใช่ประเด็นค่ะสีอะไรก็ได้ที่ไม่ขัดขาวค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-26 14:30:08 / IP: 58.9.216.173
 

 
Comment : 72
Message:

 ขอบคุณพี่ซาสี่น่ะค่ะ

เท่าที่รอดูอาการจากวันที่เกิดราำดำ(ช้อนออกแล้ว)หลังจากนั้นก้คนทุกวัน ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะขึ้นอีกเลย(สงสัยที่ขึ้นราเพราะไม่ได้คนช่วง1-3วันแรกค่ะมัวติดสงกรานต์) กลิ่นยังดีอยู๋ออกเปรี้ยวแนวมะขามค่ะ คงไม่กล้าเอาทาน หากจะใช้เช็ดล้าง กี่เดือนจึงจะใช้ได้ค่ะ กะว่าจะทำน้ำยาอเนกประสงค์ค่ะ เดี๋ยวต้องหาสูตรก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ

 
Reply By : koy (guest)
2013-04-26 15:10:58 / IP: 101.51.225.81
 

 
Comment : 73
Message:

 ถ้าใช้อเนกประสงค์ก็ 6 เดือนค่ะ

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-04-30 05:21:59 / IP: 115.87.137.162
 

 
Comment : 74
Message:

 อยากรู้ว่าถ้าเราแยกวุ้นออกมาหมักกับน้ำผึ้ง น้ำที่หมักจะมีสรรพคุณเหมือนกับหมักด้วยวัตถุดิบไหมค่ะ

 
Reply By : กิ่งแก้ว (guest)
2013-05-22 09:07:10 / IP: 58.9.237.19
 

 
Comment : 75
Message:

 ตอบคุณกิ่งแก้วค่ะน่าจะดีกว่าหรือเท่ากัน คะ วุ้นเป็นสุดยอดของผลผลิตที่ได้จากการหมัก เป็น. collagen สด ที่ชาวนำ้หมักอยากจะให้เกิดในถังของตัวเอง เปรียบเหมือนเราคัดเอานักมวยมือดีมาบ่มเพาะ ให้เป็นยอดต่อไป

 
Reply By : ซาสี่ (guest)
2013-05-23 22:57:39 / IP: 223.25.192.230
 

 
Comment : 76
Message:

 ขอบคุณมากๆค่ะพี่ช่างรอบรู้และให้ความรู้กับชาวน้ำหมักได้ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ

 
Reply By : กิ่งแก้ว (guest)
2013-05-24 10:38:25 / IP: 223.25.192.230
 

 
Comment : 77
Message:
 
Reply By : พัชรินทร์ (guest)
2013-10-07 21:25:56 / IP: 182.53.121.189
 

 
Comment : 78
Message:

 ตอนนี้แม่เรามีอาการสั่นหมอบอกวาสอัมพฤกอัมพาตหรือพาคินสันหมอก็ยังไม่แน่ใจ. เราจะให้แม่กินน้ำหมักกระชายได้มั๊ย เราหมักมาได้ปีกับสองเดือนแล้ว ผู้ใดรู้ช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ

 
Reply By : เปิ้ล (guest)
2013-10-16 14:30:15 / IP: 125.24.88.4
 

 
 
 Topic :   ถามมา-ตอบให้เรื่องน้ำหมัก ๒
 Mesage :  
Picture :  
 สำหรับสมาชิกเท่านั้นที่ใส่รูปได้
สามารถใส่รูปที่เป็น .jpg หรือ gif มีขนาดไม่เกิน 500 KB และความกว้างไม่เกิน 500 pixels.
Your Name :  
Email :  
  Hide Email
 
 Please fill in 6 digits above:   (to verify human input)